ความรู้สึกของ ลุลา พี่สาวคนสนิท หลัง เป๊ก ผลิตโชค ร่วมช่วยเหลือเด็กที่เคนยา

เดินทางไปปฏิบัติภารกิจพิเศษที่เคนย่า สำหรับ เป๊ก ผลิตโชค ที่ตอนนั้นเพิ่งไปทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกากลับมา ก็ต้องเตรียมตัวเดินทางต่อกันเลย วันนี้เจอพี่สาวคนสนิท จากค่ายไวท์มิวสิค ลุลา กันยารัตน์ ติยะพรไชย เลยขอถามความรู้สึกหลังจากเห็นน้องชายตัวดีต้องบินต่อเนื่องกันแบบนี้สักหน่อย พี่ลุลา จะบอกว่าอย่างไรบ้าง และมุมมองของพี่ลุลา ถึงการช่วยเหลือสังคมนั้น เป็นอย่างไร มาติดตามฟังกัน

 

 

ลุลา: สงสาร คือจริง ๆ เขาไปทำเรื่องดีนะ แต่สงสารที่เขาเพิ่งกลับจากอเมริกา แล้วก็ต้องนั่งเครื่องต่อไปเคนยา แอฟริกา นั่งเครื่องนาน คือเราไม่ได้คุยกับผลิตโดยตรงว่าต้องนั่งอะไรกี่ชั่วโมง แต่เราเห็นจากเพื่อนที่เป็นช่างภาพ ชื่อแน็ท เขาเขียนว่าไปเมืองนี้กี่ชั่วโมง นั่งรถกี่ชั่วโมง นั่งเครื่องกี่ชั่วโมง เราเห็นแล้วแบบ ตายแล้ว ผลิตคือเธอผ่านมาทั้งหมด แล้วกลับมาไม่กี่วัน แล้วต้องเตรียมตัวบินไปเคนยาเลย สงสารน้องมากเลย แต่เพื่อภารกิจ เขาก็พยายามทำให้เต็มที่ เพราะ Unicef เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือมนุษย์ ไม่ใช่แค่เพื่อนมนุษย์ในประเทศไทย มนุษย์โลกเลย เราเลยรู้สึกว่า ก็อยากให้เขาดูแลตัวเองด้วยนะ

ลุลา: จริง ๆ ศิลปินทุกคน เมือมาถึงอายุงาน เมื่อจุดหนึ่งที่เรารู้สึกอิ่มตัว อยู่ในจุดหนึ่งแล้ว เราอยู่ในที่ ๆ โอเค แฮปปี้แล้ว แน่นอน เราต้องให้คืนบ้าง เพราะเหมือนเราก็ได้จากแฟนเพลง ได้รับโอกาสจากลูกค้า จากเจ้านาย จากบริษัทเรามาประมาณนึงแล้ว ถ้าเราให้คืนได้ สังเกตว่าศิลปินหรือดาราหลายคนที่เขามาถึงจุดที่มีชื่อเสียง เขาก็จะมีการช่วยเหลือสังคม หรือองค์กร การกุศล โดยเฉพาะพี่ตูน จะเห็นชัดมากก็คือ พี่ตูน ก็จะเห็นชัดเลยว่า เมื่อเวลาที่เขาจะให้คืนแล้ว เขามีพาวเวอร์ที่จะมอบคืนสู่สังคม คนที่ลำบาก สู่คนที่ลำบากที่แย่กว่าเรา ถ้าเราทำได้ ก็อยากทำ เพราะหนึ่งเรารู้สึกดี สองมันก็ส่งเสริมเราด้วย เราก็รู้สึกว่าจากนี้ไปเราก็ไม่ได้อยากได้อะไรมากกว่านี้ เพราะเรื่องของงานเราก็รักษามาตรฐานให้ดีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ว่าในส่วนของบุญบารมี เราต้องช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราทำได้ก็ควรจะทำนะ

เป็นอีกมุมมองหนึ่งของคนสนิท และศิลปินชื่อดัง อย่าง พี่ลุลา ที่มาเล่าให้เราฟัง เชื่อว่าแฟน ๆ ของ เป๊ก ผลิตโชค หรือ แฟน ๆ พี่ลุลา ทั่วประเทศ คงจะรักศิลปินในดวงใจมากขึ้นไปอีกนะคะ นาน ๆ เราจะเห็นศิลปินไทยเปิดใจถึงเรื่องนี้แบบจริงจัง ต้องขอขอบคุณพี่ลุลา สำหรับการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยนะ